The Circle of Spirits

Members Login
Username 
 
Password 
    Remember Me  
Post Info TOPIC: กินถั่วงอกดิบมีโทษจริงหรือ?


ผู้สนใจ

Status: Offline
Posts: 13
Date:
กินถั่วงอกดิบมีโทษจริงหรือ?


เมนูถั่วงอกคงจะเป็นอาหารโปรดของใครหลายๆคนรวมทั้งตัวกระผมด้วยนะขอรับ
55+ ก็เลยอยากนำเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆมากฝาก เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกๆคนนะขอรับ(ติดสำนวนท่านเคาน์ทพันปีซะแล้วว ชอบจังเยย เอิ๊กกกๆๆ biggrin)

ที่มาจาก msn ไลฟ์สไตล์ หมวดอาหารเพื่อสุขภาพคร๊าบบ donut.gif
http://lifestyle.th.msn.com/health/eatingwell/article.aspx?cp-documentid=1991189

ในถั่วงอกดิบมีสารพิษที่เรียกว่า ไฟเตต (phytate) มีฤทธิ์ในการยั้บยั้งการดูดซึมของแร่ธาตุบางชนิด ได้แก่ ธาตูเหล็ก สังกะสี แคลเซียม ฟอสฟอรัส ซึ่งมีอยู่ในอาหารที่เรารับประทานเข้าไป

5EE35DE0241DBA9ABE95E579EA5FD6.jpg


ใครที่ชอบรับประทาน ถั่วงอกดิบ กับ ขนมจีนน้ำยา หรือ ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย คงจะตกใจ หากได้รับอีเมลที่มีข้อความว่า ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุเหล่านั้นเข้าร่างกาย จะเป็นโรคขาดแร่ธาตุ สารพิษเหล่านี้สามารถทำลายได้โดยการต้ม จึงควรรับประทานถั่วงอกสุก ดีกว่าถั่วงอกดิบ

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า ข้อความดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดย ไฟเตต จะพบมากในพืชตระกูล "ถั่ว" ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเขียว หรืองา ดังนั้นในถั่วงอกดิบจึงมีไฟเตตสูง แต่ถ้าปรุงให้สุกไฟเตตจะสลายไป หรือมีปริมาณน้อยลง โอกาสที่ไฟเตตจะไปดูดซับแร่ธาตุต่างๆจึงน้อยกว่าการรับประทานดิบๆ

ไฟเตตจะมีลักษณะคล้ายฟองน้ำ มันจะไปจับหรือดูดซับธาตุแคลเซียม เหล็ก สังกะสี และฟอสฟอรัส หากรับประทานเข้าไปมากๆ ร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุเหล่านี้ได้ ถ้าเรารับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุเหล่านี้เข้าไปพร้อมกับถั่วงอกดิบ ไฟเต่ธาตุเหล่านี้ ตัวอย่ับประทานปลาเล็กปลาน้อยเพื่อหวังจะได้รับแคลเซียม ขณะเดียวกันก็รับประทานถั่วงอกดิบเข้าไป ก็จะทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุแคลเซียมได้น้อย แต่จะถูกขับออกมาทาง อุจจาระหรือปัสสาวะมากกว่า

การรับประทานถั่วงอกดิบต่อมื้อหรือต่อวันในปริมาณมากๆเป็นกิโลกรัม ถือว่าเป็นอันตราย แต่ในชีวิตประจำวันของคนเราไม่ได้รับประทานถั่วงอกมากมายขนาดนั้นอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกลัว ถ้ากลัว ก่อนที่จะรับประทานก็ควรปรุงให้สุกก่อน เพราะการปรุงสุกๆดิบๆไฟเตตจะไม่สลายไปหมด ไฟเตตก็ยังคงมีอยู่

ผู้คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ และไม่รู้ว่าอาหารชนิดใดมีไฟเตตอยู่บ้าง ส่วนใหญ่มักจะคิดว่าการรับประทานอาหารประเภทผักทุกอย่างสด ๆ จะเป็นผลดีต่อสุขภาพ แต่ไม่ใช่ทุกอย่างเสมอไป

คนที่ชอบรับประทานขนมจีนน้ำยาหรือก๋วยเตี๋ยวผัดไทยกับถั่วงอกดิบ หากเกรงว่าถั่วงอกดิบจะไปดูดซับแคลเซียมหรือแร่ธาตุตัวอื่น ก็อาจจะกินกุ้งแห้งมากหน่อย เช่น ผัดไทยก็ใส่กุ้งแห้งเพิ่ม เพราะผัดไทยนอกจากจะมีถั่วงอกแล้วยังมีถั่วลิสงโรยด้วย

ส่วนถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเขียว ก่อนที่จะนำไปปรุงให้สุกควรนำไปแช่น้ำก่อนสัก 3 ชั่วโมง จะทำให้ไฟเตตและแป้งในถั่วคลายตัวลง พอนำไปปรุงจะทำให้สุกเร็วขึ้น ไม่ไปหมักต่อในท้องจนทำให้ท้องอืด

นอกจากถั่วงอกและพืชตระกูลถั่วที่มีไฟเตตแล้ว นพ.กฤษดา บอกว่า ยังพบไฟเตตในผักใบเขียว เช่น ผักคะน้า ขี้เหล็ก ผักโขม กลิ่นเหม็นเขียวที่เราพบในผักนั่นแหละ คือ กลิ่นของไฟเตต นอกจากนี้ยังพบในผลไม้ เช่น สับปะรด ลำไย มะม่วง ทุเรียน แก้วมังกร รวมไปถึงเต้าหู้ ผลิตภัณฑ์ที่มาจากถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีต แต่ปริมาณที่พบน้ืชตระกูลถั่วมาก อย่างสับปะรดเป็นผลไม้ที่มีไฟเตตมากที่สุดก็มีเพียง 0.09% เท่านั้>
ที่น่าสนใจคือมีงานวิจัยของต่างประเทศ ระบุว่า ไฟเตตมีส่วนทำให้เซลล์ที่ลำไส้ใหญ่ตายเร็ว และยังทำให้เซลล์เปลี่ยนหน้าตาเร็ว แต่ก็ยังไม่มีผลการวิจัยยืนยันว่า ไฟเตตมีผลต่อการเกิดมะเร็งลำไส้หรือไม่

ท้ายนี้หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน ไม่ได้ต้องการให้เกิดความตื่นตระหนก แต่อยากให้เดินทางสายกลาง คือจะรับประทานอะไรไม่ซ้ำซากหรือมากจนเกินไป หากท่านไม่รับประทานพืชผักทีเป็นกิโลๆ การรับประทานดิบๆ ก็คงไม่มีปัญหา ส่วนผลไม้ก็ไม่น่ากลัวเพราะมีปริมาณไฟเตตน้อยมากๆ

เป็นไงบ้างขอรับกระผม สนุกมั้ยเอ๋ย 55+ ได้ประโยชน์ด้วย ไม่มากก็น้อย ทีนี้เวลาเราจะรับประทานอะไรก็หยุดคิดนิดนึงเพื่อสุขภาพที่ดีของเรานะขอรับบ heart.gif

-- Edited by metatron at 17:43, 2009-01-14

__________________

Your dream will never die.



ผู้ช่วยจอมเวทย์

Status: Offline
Posts: 67
Date:

โชคดี นานๆกินที

__________________

อะไรที่ไม่ใช่ของเรา จะทำยังไงมันก็ไม่ใช่เรา..

แต่อะไรที่เป็นของเรานี่สิ ยังไงมันก็เป็นของเราอยู่ดี

Page 1 of 1  sorted by
 
Quick Reply

Please log in to post quick replies.



Create your own FREE Forum
Report Abuse
Powered by ActiveBoard